|
การเกิดอาการตอบรับ (ปฏิกิริยาตอบรับการบำบัด)
เมื่อใช้เอนไซม์แล้วอาจมีการตอบรับ นั่นหมายถึง เอนไซม์กำลังเข้าไปทำปฏิกิริยา เพื่อฟื้นฟูเซลล์ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอตามจุดที่บกพร่อง หรือจุดที่มีสารพิษสะสมภายในร่างกาย
อาการตอบรับนี้จะเกิดขึ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคลว่า สะสมสารพิษ อนุมูลอิสระ หรือสารป่นเปื้อนต่าง ๆ ในร่างกายมากน้อยเพียงใด
อาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็น ช่วงวิกฤตแห่งการบำบัด (Healing Crisis) หรือ ปฏิกิริยาตอบรับการบำบัด (Healing Reaction) ซึ่งเป็นช่วงที่เอนไซม์กำลังเข้าไปขับสารพิษ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว การเกิดอาการดังกล่าวแสดงว่าสุขภาพของท่านกำลังได้รับการฟื้นฟูสภาพ และระยะเวลาการเกิดอาการตอบรับก็ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล
อาการโดยทั่วไป
ผู้ที่เริ่มดื่มเอนไซม์ จะมีปฏิกิริยาตอบรับ อาการทั่วไปที่อาจปรากฏตามร่างกาย มีดังนี้
ระบายท้อง อุจาระดำ ท้องผูก วิงเวียนศีรษะ อาเจียน อ่อนระโหยโรยแรง ตัวร้อน ความดันโลหิตสูง-ต่ำชั่วคราว คันตามตัวเป็นผื่นเป็นจ้ำ ปวดเมื่อย ตัวเหลือง
นอกจากอาการทั่วไปดังกล่าวข้างต้นแล้ว ในบางท่านที่มีสารพิษสะสมในตัว ขณะที่เอนไซม์ทำปฏิกิริยาขับสารพิษจะเกิดอาการ ดังนี้
ร้อนใน เป็นตุ่มผื่นคันตามผิวหนัง ริมฝีปากเป็นแผล มีอาการคันคล้ายเป็นโรคอีสุกอีใส สิวขึ้น (เป็นอาการคายพิษผ่านผิวหนังบนใบหน้า) ขี้ตามาก มีรังแค มีไข้ (บางคนมีไข้ถึง 39 องศา รับประทานยาแก้ไข้ก็ไม่ลด) ตาลาย อ่อนเพลีย อยากนอน อย่างไรก็ตามอาการต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ไม่กี่วันก็จะหายไปเอง
ตัวอย่างอาการตอบรับที่อาจแสดงออกตามโรค
ผู้มีกรดยูริกมาก :จะมีอาการง่วงนอน คอแห้ง ลิ้นแห้ง กลางคืนจะปัสสาวะมาก และผายลมบ่อย
ความดันโลหิตสูง :จะมีอาการปวดศีรษะ ความดันจะสูงขึ้น บางครั้งอาเจียน
โลหิตจาง :จะมีอาการร้อนบริเวณหน้าอก ไม่เจริญอาหาร
กระเพาะเป็นแผล :จะมีอาการจุกที่กระเพาะเจ็บจะมีอาการเจ็บมากขึ้น มีกลิ่นปาก มีอาการคล้ายโรคบิด
โรคลำไส้ : มีอาการคล้ายโรคบิด
โรคหัวใจ : จะมีอาการหายใจถี่ไม่สม่ำเสมอ อารมณ์หงุดหงิด ปวดศีรษะ
โรคปอด : บ้วนเสมหะ มีอาการเหมือนโรคหืด ไอปวดนิด ๆ
โรคไต : จะมีอาการเจ็บไต ปัสสาวะเพิ่มและเปลี่ยนสี อ่อนเพลีย คันตามตัว ขาบวม
โรคไซนัส :จะมีอาการ น้ำมูกจะมากขึ้น
โรคเบาหวาน :จะมีอาการ ตัวบวม คันตามตัว ปากแห้ง น้ำตาลลด-เพิ่ม สายตามัว
โรคผิวหนัง :จะมีอาการ เป็นผด ผื่น คัน
โรคริดสีดวง : ขับถ่ายมีเลือดเพิ่ม
ปวดศีรษะซีกเดียว : ประสาทดีขึ้น เวลาหลับจะหลับสนิท
โรคตับ : ระบายลมที่ค้างในหน้าอก วิงเวียนศีรษะ อาเจียน ออกเหลืองทั่วตัวคล้ายดีซ่าน คันทั้งตัวคล้ายอีสุกอีใส กระหายน้ำ อ่อนระโดยโรยแรง อุจจาระมีเลือด ท้องผูก
ไมเกรม : มีอาการปวดศีรษะติดต่อกันหลายวัน
ต่อมไทรอยด์อักเสบ : คันตามตัว ตัวบวม ปวดเมื่อย
ความดันต่ำ : รูจมูก โพรงปาก มีเลือดไหลซึม ๆ
โรคเก๊าท์ โรคไขข้อ : บริเวณที่อักเสบจะปวดเมื่อยมากขึ้น
โรคลมตะกัง : มีการปวดศรีษะติดต่อกันหลายวัน
โลหิตหมุนเวียนไม่สะดวก : ปวดเมื่อยทั้งตัว เหน็ดเหนื่อยเกียจคร้าน
ประจำเดือนมาไม่ปกติ : คันช่องคลอด ประจำเดือนอาจติดออกมาเป็นก้อน (เป็นการระบายของเสีย) ประจำเดือนมามาก อาจมาก่อน หลังกำหนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการขับถ่ายของเสียเป็นตัวกำหนด
ประสาทอ่อน : กลางคืนนอนไม่หลับ เช้าปกติไม่ง่วงนอน
อาการตอบรับหลังจากดื่มเอนไซม์ อาจเกิดขึ้นได้ภายใน 1 วันจนถึงภายใน 1-2 เดือน ระยะเวลาที่มีอาการ และความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์แข็งแรงของแต่ละบุคคล เช่น คน ๆ เดียวอาจเกิดอาการหลายครั้ง และอาจไม่เรียงลำดับตามข้างต้น ถ้าทนไม่ไหวควรลดปริมาณการใช้เอนไซม์ลงเหลือครึ่งหนึ่งในแต่ละครั้ง และดื่มน้ำอุ่นตามมาก ๆ
อาการตอบรับที่เกิดขึ้น แสดงว่าร่างกายกำลังได้รับการฟื้นฟู เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการดูแลสุขภาพ อย่าหยุดใช้เอนไซม์ในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นการดูแลสุขภาพจะเป็นแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ซึ่งไม่เกิดประสิทธิผลอะไรเลย
เมื่อร่างกายได้ผ่านพ้นจากช่วงปฏิกิริยาตอบรับ การบำบัดแล้วนั้นหมายถึง ร่างกายท่านได้เริ่มฟื้นฟู คืนสู่สุขภาพปกติแข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง สารพิษและเซลล์ผิดปกติส่วนใหญ่ได้รับการขับออก ร่างกายมีอาการดีขึ้นมาก มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ เบิกบาน เปล่งปลั่ง อารมณ์ดี
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ร่างกายกลับสู่สภาวะที่ดีแล้ว ก็ควรดื่มเอนไซม์ต่อไปเรื่อย ๆ อาจลดปริมาณการใช้ลงเหลือ 1-2 ครั้งต่อวันควบคู่กันการควบคุมด้านโภชนาการ เพื่อรักษาสภาวะสมดุลของระดับเอนไซม์ในร่างกาย และขจัดสารพิษ ที่ยังค้างอยู่ออกไป ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพในเชิงรุก แบบบูรณาการ |
|
|
|
|
|
|
|